การประชุมทางวิชาการเพื่อเสนอผลงานวิจัย ภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยี   คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ  วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม 2542  เวลา 10.30-11.00 น.
ณ อาคาร 52 ห้อง 607


ความเป็นมา และ ความสำคัญของปัญหา

          คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญและความจำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงาน ปัจจุบันนี้ บริษัท ห้างร้านเอกชน หน่วยงานราชการ สถานศึกษา ตลอดจนตามบ้านเรือนต่างๆ ได้มีการนำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้งานอย่างแพร่หลายในลักษณะต่าง ๆ กันไป ซึ่งคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นใหม่มักจะไม่พบปัญหาที่เรียกว่า Y2K เนื่องจากทางบริษัทผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ได้รับทราบและแก้ไขปัญหากันตั้งแต่ตอนผลิตแล้ว แต่ก็คงจะมีอยู่อีกเป็นจำนวนมากที่ยังใช้รุ่นเก่าที่ผลิตก่อนปี ค.ศ. 1996 (พ.ศ. 2539) อยู่ และคงได้รับผลกระทบต่อปัญหา Y2K ในระดับที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะการใช้งานนั้น ๆ ทั้งนี้เนื่องมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผลิตก่อนปี ค.ศ. 1996 (พ.ศ. 2539) ได้มีการกำหนดหลักเลขสำหรับ วัน-เดือน-ปี อยู่ในลักษณะของรูปแบบ DD/MM/YY แทนที่จะเป็น DD/MM/YYYY ดังนั้น จึงได้ละเลยเลขสองหลักแรกของปี โดยสมมติให้เป็นเลข 19 เสมอ จากการออกแบบเช่นนี้ ทำให้เกิดปัญหาขึ้นในปี ค.ศ. 2000 ที่กำลังจะมาถึง นั่นคือ เลขสองหลักสุดท้ายของปี จะเป็นเลข 00 ซึ่งคอมพิวเตอร์จะเข้าใจว่าเป็นปี 1900 ทำให้ทำงานผิดพลาดได้ จึงเป็นที่มาของปัญหาปี 2000 หรือ Y2K problem หรือ Millennium bug แต่อย่างไรก็ตามปัญหา Y2K นั้นไม่ได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะระดับฮาร์ดแวร์เท่านั้น ในระดับของซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมประยุกต์ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน เนื่องจากผู้พัฒนากำหนดให้ซอฟต์แวร์รับรู้ข้อมูลปี ค.ศ. เพียงสองหลักหลัง โดยกำหนดให้สองหลักแรกเป็น 19 ตายตัว นั่นหมายความว่า เมื่อปี ค.ศ. 2000 มาถึง เลขสองหลักหลังของปี จะเป็น 00 แต่ซอฟต์แวร์จะกลับมองเห็นเป็นปี ค.ศ. 1900 แทนดังนั้นอาจทำให้การทำงานภายใต้ซอฟต์แวร์นี้ในส่วนของวันที่ มีโอกาสผิดพลาดได้ตลอดเวลา
          ปัญหา Y2K ในระดับของซอฟต์แวร์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะวันที่ 1 เดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2000 เท่านั้น แต่ในวันที่ 9 เดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1999 ก็เกิดได้เช่นกัน เนื่องจากในวันนี้จะมีปัญหาเกิดขึ้นในโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันจะเป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้แต่ไม่กว้างขวางนัก และจะเกิดเฉพาะในโปรแกรมที่เขียนขึ้นเองเท่านั้น กล่าวคือจะทำให้โปรแกรมที่เคยทำงานปกติพอถึงช่วงวันดังกล่าวจะทำงานผิดปกติไป สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะจากลักษณะของรูปแบบ วัน-เดือน-ปี ที่ใช้กันคือ DD/MM/YY ที่ผู้พัฒนาโปรแกรมมักจะใช้กำหนดวันหมดอายุของโปรแกรม หรือสิ้นสุดรายการในฐานข้อมูล เช่น ซอฟต์แวร์ตัวหนึ่งถ้าต้องการกำหนดอายุที่ใดก็ใส่ไว้ แต่หากต้องการให้ซอฟต์แวร์นั้นใช้ได้นานสุดเท่าที่จะนานได้จึงมีการกำหนดวันที่เป็น 09/09/99 และซอฟต์แวร์ที่หมดอายุนี้จะเกิดขึ้นโดยที่ผู้ใช้อาจไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดจากสาเหตุใด ทั้งนี้ผู้พัฒนาโปรแกรมอาจเขียนไว้เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วและคิดว่าระยะเวลาดังกล่าวนั้นนานพอแล้ว จึงไม่ได้บอกใครเมื่อโปรแกรมพบตัวเลขดังกล่าวก็จะหยุดทำงานทันที ผลกระทบที่อาจจะเกิดจากปัญหานี้คือ โปรแกรมไม่อาจใช้งานได้จนกว่าจะมีการแก้ไขให้ถูกต้อง
          จากที่กล่าวมาข้างต้นเป็นปัญหาที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์อาจจะพบในเร็ววันนี้ และสถานศึกษาในสังกัดของกรมอาชีวศึกษาได้นำคอมพิวเตอร์มาใช้ทั้งในส่วนที่เป็นการใช้เพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษา และในส่วนที่นำมาใช้ในการเรียนการสอน ในการลดปัญหาและผลกระทบของปัญหาคอมพิวเตอร์ปี ค.ศ. 2000 ในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนั้น คณะผู้วิจัยเห็นว่า การรับรู้และเข้าใจถึงปัญหา Y2K รวมทั้งทราบถึงแนวทางในการแก้ไขที่ถูกต้อง จะช่วยลดปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นได้มากที่สุด ดังนั้นในการวิจัยครั้งนี้จึงได้ศึกษาการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับกระบวนการเรียนการสอน

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
          เพื่อศึกษาสภาพของคอมพิวเตอร์และการเตรียมความพร้อมในการแก้ปัญหา Y2K ของสถานศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานคร สังกัดกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
ขอบเขตของการวิจัย
1. การวิจัยครั้งนี้เป็นการสำรวจการเตรียมความพร้อมเฉพาะของสถานศึกษาในสังกัดกรมอาชีวศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 22 แห่งในการแก้ปัญหา Y2K ทีอาจส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน และการบริหารจัดการ
2. กลุ่มประชากร ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมอาชีวศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานคร เฉพาะในสถานศึกษาที่ทำการสำรวจ
3. ระยะเวลาในการสำรวจข้อมูล ตั้งแต่วันที่ 1–4 กุมภาพันธ์ 2542
ความสำคัญของการวิจัย
    ผลจากการวิจัยครั้งนี้มีความสำคัญต่อกระบวนการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา สังกัดกรมอาชีวศึกษา ดังนี้
1. ทราบความตระหนักและความเข้าใจของผู้บริหารสถานศึกษาในปัญหา Y2K ที่จะเกิดขึ้นต่อกระบวนการเรียนการสอนและการบริหารจัดการของสถานศึกษา
2. ทราบสภาพของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ในสถานศึกษาที่มีปัญหากับ Y2K
3. ทราบการเตรียมความพร้อมในการแก้ปัญหา Y2K ของสถานศึกษา
4. ข้อมูลจากการศึกษาครั้งนี้อาจนำไปใช้เป็นแนวทางของการศึกษาปัญหา Y2K ของสถานศึกษาในสังกัดกรมอาชีวศึกษาทั้งหมด รวมทั้งสถานศึกษาอื่นๆ ด้วย
นิยามศัพท์เฉพาะ
          Y2K เป็นตัวย่อทางภาษาที่ใช้ทางด้านคอมพิวเตอร์ โดยที่ K มาจากคำว่า “KILO” ถ้าเป็นตัวเลขหมายถึง พัน ดังนั้น 2K จึงหมายถึง 2000 และ Y2K ก็คือ Year 2000 หรือ ปี ค.ศ. 2000 การเรียกชื่อย่อชื่อต่างๆ เหล่านี้มีใช้และพบเห็นกันได้ทั่วไป เพราะครั้งกล่าวถึง Millennium bug บางครั้งกล่าวถึง Year 2000 problem ซึ่งก็มีความหมายเดียวกัน
          Year 2000 problem "ปัญหาปี 2000” เป็นคำที่ใช้กันทั่วไป มีพบเห็นได้บ่อยๆ จึงแปลความหมายได้ว่าเมื่อถึงปี ค.ศ.2000 จะมีปัญหาเกิดขึ้นกับระบบคอมพิวเตอร์
         BIOS ย่อมาจาก Basic Input/Output System เป็นโปรแกรมเฟิร์มแวร์ที่มักบรรจุอยู่ในหน่วยความจำแบบอ่านได้อย่างเดียว (เช่น ROM หรือ Flash) มี 2 หน้าที่ กล่าวคือ
1. เป็นโปรแกรมเริ่มต้นของระบบ เพื่อตรวจสอบระบบและโปรแกรมระบบปฏิบัติการทำงานของคอมพิวเตอร์
2. เป็นโปรแกรมให้บริการแก่ผู้อื่นในการติดต่อกับฮาร์ดแวร์
          RTC ย่อมาจาก Real Time Clock ซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ หรือไอซีชิป ที่ใช้ในเครื่องพีซี มีวงจรนาฬิกา และปฏิทินอยู่ภายใน พร้อมกับแบตเตอรี่ นาฬิกาสามารถเดินอยู่ได้ แม้ว่าจะปิดเครื่องพีซีไปแล้วก็ตาม
ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1. ศึกษาเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหา Y2K โดยผู้วิจัยได้ยึดแนวทางความคิดจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)
2. ดำเนินการสร้างแบบสอบถามเป็นแบบ CHECK LIST โดยแบ่งออกเป็น 3 ตอน
ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษา
ตอนที่ 2 ข้อมูลการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา เป็นแบบเลือกตอบ 3 ตัวเลือก คือ ใช่ ไม่ใช่ และ ไม่ทราบ โดยมีรายละเอียดของคำตอบดังนี้
“ใช่” หมายถึง คำตอบของคำถามเป็นจริง
“ไม่ใช่” หมายถึง คำตอบของคำถามเป็นเท็จ
“ไม่ทราบ” หมายถึง ไม่ทราบคำตอบ หรือ ไม่เข้าใจในคำถามที่ให้ไว้ หรือคภถามที่ให้ไว้นั้น ไม่สามารถนำมาใช้ได้
ตอนที่ 3 ข้อมูลการสำรวจอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโปรแกรมที่มีใช้ในสถานศึกษา
3. นำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจสอบเพื่อหาความเที่ยงตรง ของเนื้อหาและตรวจสอบภาษาที่ใช้ให้เหมาะสม
4. นำแบบสอบถามที่ได้รับการปรับปรุงนำไปทำการเก็บรวบรวมข้อมูล
5. นำแผ่นโปรแกรมตรวจสอบปัญหา Y2K ที่ดาวน์โหลดผ่านทางอินเตอร์เน็ตจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ไปดำเนินการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในสถานศึกษา
การเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล
          ในการสำรวงจเพื่อศึกษาการเตรียมความพร้อมในการแก้ปัญหา Y2K ในสถานศึกษา มีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้
1. ผู้วิจัยได้ขอหนังสือแนะนำคณะผู้วิจัยจากบัณฑิตวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ถึงกรมอาชีวศึกษา เพื่อขอความร่วมมือในการเข้าสำรวจสถานศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร สังกัดกรมอาชีวศึกษา
2. นำแบบสอบถามที่จัดทำขึ้นพร้อมโปรแกรมตรวจสอบปัญหา Y2K ไปขอความเห็นชอบจากฝ่ายวิจัย กรมอาชีวศึกษา
3. ผู้วิจัยและคณะ ได้ส่งแบบสอบถามพร้อมโปรแกรมตรวจสอบปัญหา Y2K ที่ได้รับอนุญาตจากกรมอาชีวศึกษาให้กับสถานศึกษาที่ไปทำการทดลองด้วยตนเอง
4. ผู้วิจัยและคณะ ดำเนินการสำรวจเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในสถานศึกษา เขตกรุงเทพมหานคร รวม 22 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 1–4 กุมภาพันธ์ 2542 โดยแบ่งทีมงานไปตามสถานศึกษาที่กำหนดตามวัน เวลา ดังกล่าว
5. แบบสอบถามที่ได้รับกลับคืน ได้มาจากการรับคืนด้วยคนเองกับการและให้สถานศึกษาจัดส่งคืนทางไปรษณีย์ และได้รับคืนจำนวน 18 ฉบับ
6. นำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์หาความถี่ และค่าร้อยละ นำเสนอเป็นความเรียง
สรุปผลการวิจัย
          การวิจัยเรื่องนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาสภาพของคอมพิวเตอร์ และการเตรียมความพร้อมในการแก้ปัญหา Y2K ของสถานศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร สังกัดกรมอาชีวศึกษา รวม 22 แห่ง และจากการเก็บรวบรวมข้อมูล ปรากฏว่าได้รับแบบสอบถามกลับคืนมาทั้งสิ้น 18 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 81.82 คณะผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับ และสรุปผลการวิจัยออกเป็น 3 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 เป็นข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษา โดยวิเคราะห์ความถี่เป็นร้อยละ

1.

ประเภทของสถานศึกษา แบ่งออกเป็น
1.1 วิทยาลัยเทคนิค จำนวน 7 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 38.9
1.2 วิทยาลัยอาชีวศึกษา จำนวน 7 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 38.9
1.3 วิทยาลัยการอาชีพ จำนวน 1 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 5.
1.4 วิทยาลัยสารพัดช่าง จำนวน 3 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 16.7

2.

ระดับที่เปิดสอน แบ่งออกเป็น
2.1 ระดับ (ปวช.) จำนวน 1 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 6.3
2.2 ระดับ (ปวช.-ปวส.) จำนวน 10 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 62.5
2.3 ระดับ (ปวช.-ปวส.-ปริญญาตรี) จำนวน 2 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 12.5
2.4 อื่นๆ จำนวน 3 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 18.8
ตอนที่ 2 เป็นข้อมูลการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา เป็นแบบเลือกตอบ 3 ตัวเลือก คือ ใช่ ไม่ใช่ และ ไม่ทราบ   โดยมีรายละเอียดของคำตอบ ดังนี้
“ใช่” หมายถึง คำตอบของคำถามเป็นจริง
“ไม่ใช่” หมายถึง คำตอบของคำถามเป็นเท็จ
“ไม่ทราบ” หมายถึง ไม่ทราบคำตอบ หรือ ไม่เข้าใจในคำถามที่ให้ไว้ หรือ คำถามที่ให้ไว้นั้นไม่สามารถนำมาใช้ได้
คำถามข้อที่ 1 ท่านเข้าใจปัญหา Year 2000 หรือ Y2K ดีแล้ว

ผลการสำรวจปรากฏว่า

มีผู้ตอบว่า “ใช่” คิดเป็นร้อยละ 77.8
มีผู้ตอบว่า “ไม่ใช่” คิดเป็นร้อยละ 16.7
มีผู้ตอบว่า “ไม่ทราบ” คิดเป็นร้อยละ 5.6
คำถามข้อที่ 2 ท่านคิดว่าปัญหา Y2K จะส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนและการจัดการภายในสถานศึกษาของท่าน

ผลการสำรวจปรากฏว่า

มีผู้ตอบว่า “ใช่” คิดเป็นร้อยละ 50
มีผู้ตอบว่า “ไม่ใช่” คิดเป็นร้อยละ 50
คำถามข้อที่ 3 ท่านเคยประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรภายในสถานศึกษาของท่าน ได้รับทราบปัญหา Y2K ที่อาจจะเกิดขึ้นกับสถานศึกษา

ผลการสำรวจปรากฏว่า

มีผู้ตอบว่า “ใช่” คิดเป็นร้อยละ 77.8
มีผู้ตอบว่า “ไม่ใช่” คิดเป็นร้อยละ 22.2
คำถามข้อที่ 4 ท่านแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางแก้ปัญหา Y2K

ผลการสำรวจปรากฏว่า

มีผู้ตอบว่า “ใช่” คิดเป็นร้อยละ 23.5
มีผู้ตอบว่า “ไม่ใช่” คิดเป็นร้อยละ 70.6
มีผู้ตอบว่า “ไม่ทราบ” คิดเป็นร้อยะ 5.9
คำถามข้อที่ 5 ท่านจัดเตรียมแผนงานสำหรับแก้ปัญหา Y2K (รวมถึง แผนสำรอง เพื่อใช้ในกรณีเร่งด่วนหรือฉุกเฉิน)

ผลการสำรวจปรากฏว่า

มีผู้ตอบว่า “ใช่” คิดเป็นร้อยละ 38.9
มีผู้ตอบว่า “ไม่ใช่” คิดเป็นร้อยละ 55.6
มีผู้ตอบว่า “ไม่ทราบ” คิดเป็นร้อยละ 5.6
คำถามข้อที่ 6 ท่านเคยดำเนินการสำรวจอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ โปรแกรมที่ใช้ในการเรียนการสอน รวมถึงการจัดการต่างๆ ในสถานศึกษา ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากปัญหา Y2K

ผลการสำรวจปรากฏว่า

มีผู้ตอบว่า “ใช่” คิดเป็นร้อนละ 55.6
มีผู้ตอบว่า “ไม่ใช่” คิดเป็นร้อยละ 44.4
คำถามข้อที่ 7 ท่านเคยส่งบุคลกรในแผนกหรือคณะต่างๆ ไป ศึกษา/อบรมวิธีการแก้ไขปัญหา Y2K

ผลการสำรวจปรากฏว่า

มีผู้ตอบว่า “ใช่” คิดเป็นร้อยละ 33.3
มีผู้ตอบว่า “ไม่ใช่” คิดเป็นร้อยละ 50
มีผู้ตอบว่า “ไม่ทราบ” คิดเป็นร้อยละ 16.7
คำถามข้อที่ 8 ท่านเคยประสานหรือขอความร่วมมือกับสถานศึกษาอื่นๆ หรือผู้ชำนาญการที่แก้ปัญหา Y2K ได้ มาร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหา Y2K ภายในสถานศึกษาของท่าน

ผลการสำรวจปรากฏว่า

มีผู้ตอบว่า “ใช่” คิดเป็นร้อยละ 22.2
มีผู้ตอบว่า “ไม่ใช่” คิดเป็นร้อยละ 66.7
มีผู้ตอบว่า “ไม่ทราบ” คิดเป็นร้อยละ 11.1
คำถามข้อที่ 9 ในปีงบประมาณ 2542 ท่านจัดเตรียมงบประมาณสำหรับดำเนินการแก้ปัญหา Y2K แล้ว

ผลการสำรวจปรากฏว่า

มีผู้ตอบว่า “ใช่” คิดเป็นร้อยละ 38.9
มีผู้ตอบว่า “ไม่ใช่” คิดเป็นร้อยละ 55.6
มีผู้ตอบว่า “ไม่ทราบ” คิดเป็นร้อยละ 5.6
คำถามข้อที่ 10 ก่อนที่จะดำเนินการแก้ปัญหา Y2K ท่านคิดว่าจะแก้ปัญหา Y2K ในสถานศึกษาของท่านได้ครบถ้วน

ผลการสำรวจปรากฏว่า

มีผู้ตอบว่า “ใช่” คิดเป็นร้อยละ 33.3
มีผู้ตอบว่า “ไม่ใช่” คิดเป็นร้อยละ 44.4
มีผู้ตอบว่า “ไม่ทราบ” คิดเป็นร้อยละ 22.2
ตอนที่ 3 เป็นข้อมูลการสำรวจอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโปรแกรมที่มีใช้ในสถานศึกษา
          จากการสำรวจและวิเคราะห์ลักษณะปัญหา Y2K ใน PC สามารถจำแนกออกเป็นกลุ่มตามปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดในการทำงานของ RTC และ BIOS ออกเป็น 6 กลุ่มดังนี้
          Class A เป็นกลุ่มที่มีไม่มีปัญหาเลย ทั้ง RTC และ BIOS สามารถเดินข้ามปี ค.ศ.2000 ได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งพบเห็นได้น้อยมากเพราะ RTC ส่วนมากที่ใช้กันอยู่ในเครื่อง PC จะไม่สามารถปรับหลักศตวรรษจาก 19 ไปเป็น 20 ได้ด้วยตัวมันเอง เนื่องจากไม่มีตัวนับในหลักศตวรรษ
          Class B เป็นกลุ่มที่ BIOS รองรับการทำงานในปี ค.ศ.2000 แต่ RTC เป็นสถาปัตยกรรมแบบเดิมที่ใช้ต่อกันเรื่อยมา ไม่สามารถปรับหลักศตวรรษได้เอง ซึ่ง BIOS ได้ถูกออกแบบไว้ให้แก้ปัญหานี้อยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาใดๆ ในการทำงานข้ามปี ค.ศ. 2000 ทั้งในขณะที่เปิดเครื่องทิ้งไว้และปิดเครื่อง แม้ว่า RTC จะยังคงแสดงค่าหลักศตวรรษที่ผิดอยู่ (หลังข้ามปี ค.ศ.2000 ไปแล้วและระบบยังไม่ได้ถูกบูตใหม่) แต่ทั้งระบบปฏิบัติการและซอฟแวร์ที่วางจำหน่ายในท้องตลาดมีน้อยมากที่เรียกใช้วันที่จาก RTC โดยตรง ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจะเรียกผ่าน BIOS ที่แสดงค่า วัน-เดือน-ปี ได้อย่างถูกต้องอยู่แล้ว เครื่องเหล่านี้พบได้ในเครื่องรุ่นใหม่ หรือในซีพียูระดับ Pentium ขึ้นไปส่วนใหญ่
          Class C เป็นกลุ่มที่ RTC ยังใช้สถาปัตยกรรมแบบเดิมที่ใช้ต่อกันเรื่อยมา ไม่สามารถปรับหลักศตวรรษได้เอง คล้ายกับเครื่องใน Class B แต่ BIOS มีปัญหาไม่สามารถแสดงปีที่ถูกต้องได้หลังจากระบบข้ามปี ค.ศ. 2000 ในขณะเปิดเครื่อง แต่เมื่อทำการบูตระบบขึ้นใหม่ RTC จะถูกปรับแก้ค่าหลักศตวรรษที่ถูกต้องให้โดยฟังก์ชันใน BIOS ดังนั้นทั้ง RTC และ BIOS จึงแสดงค่าปีได้อย่างถูกต้องหลังการบูตระบบ สำหรับเครื่องที่มีการใช้งานโดยปิดเปิดทุกวัน จะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อปัญหาปี ค.ศ. 2000 ซึ่งจะพบได้จากเครื่องที่ใช้ BIOS ของ Award ที่ผลิตในช่วงระหว่างวันที่ 31 พ.ค. 1995 ถึงวันที่ 18 พ.ย. 1996
         Class D เป็นกลุ่มที่ทั้ง BIOS และ RTC ไม่ยอมปรับค่าหลักศตวรรษหลังจากเวลาของระบบเดินข้ามปี ค.ศ. 2000 ไปแล้ว แม้ว่าจะทำการบูตระบบขึ้นมาใหม่แล้วก็ตาม แต่วันที่ของระบบยังคงแสดงค่าผิดพลาดอยู่ แต่ว่าระบบสามารถรับการป้อนค่าปีที่ถูกต้องได้ (หลังปี ค.ศ. 2000) นั่นคือหลังจากผ่านปี ค.ศ. 2000 ไปแล้ว ให้ผู้ใช้ทำการป้อนวันที่ที่ถูกต้องเข้าไปให้ระบบเพียงครั้งเดียว ระบบจะแสดงปีที่ถูกต้องต่อไปได้เอง ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ PC เครื่องนั้นหลังปี ค.ศ. 2000 ต่อไปได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ อีก
          Class E เป็นกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายๆ Class D แต่มีปัญหาตรงที่เครื่อง PC ไม่สามารถจำหรือเก็บค่าวันที่ที่ถูกป้อนเข้าไปให้ระบบได้หลังจากปิดเครื่องไปแล้ว ดังนั้นหากมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องดังกล่าว ควรทำการป้อนค่าวันที่และเวลาที่ถูกต้องใหม่ทุกครั้ง
          Class S เป็นกลุ่มพิเศษซึ่งจะมีปัญหาลักษณะต่างๆ ดังต่อไปนี้ เช่น
  •  
RTC อาจไม่มีหลักศตวรรษ หรือไม่สามารถปรับค่าหลักศตวรรษจาก
19 มาเป็น 20 ได้
  •  
BIOS สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง แต่ RTC ไม่สามารถเก็บค่า วัน-เดือน-ปี ที่ทำการบันทึกลงในตัวมันได้
  •  
มีการคำนวณปีอธิกสุรทินไม่ถูกต้อง
          ผลจากการสำรวจเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีใช้ในสถานศึกษา ทั้งหมด 1170 เครื่อง และได้แบ่งตามระดับชั้นของปัญหาออกเป็น 6 ระดับชั้น คือ
ระดับชั้น กลุ่ม A เป็นเครื่องรุ่นเพนเทียมจำนวน 33 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 3
ระดับชั้น กลุ่ม B เป็นเครื่องรุ่นเพนเทียมจำนวน 410 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 35
ระดับชั้น กลุ่ม C มีเครื่องทั้งหมด 410 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 35 โดยแบ่งเป็นเครื่องรุ่น 486 จำนวน 111 เครื่อง เครื่องรุ่นเพนเทียมจำนวน 299 เครื่อง
ระดับชั้น กลุ่ม D มีเครื่องทั้งหมด 253 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 22โดยแบ่งเป็นเครื่องรุ่น 386 จำนวน 56 เครื่อง เครื่องรุ่น 486 จำนวน 197 เครื่อง
ระดับชั้น กลุ่ม E มีเครื่องทั้งหมด 64 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 5 โดยแบ่งเป็นเครื่อง รุ่น 386 จำนวน 40 เครื่อง เครื่องรุ่นเพนเทียมจำนวน 24 เครื่อง
ระดับชั้น กลุ่ม S ไม่ปรากฏเครื่องในการสำรวจ
          ผลจากการสำรวจโปรแกรมที่มีใช้ในสถานศึกษา ดังปรากฏในแผนภูมิที่นำเสนอต่อไปนี้
wpe6.jpg (36573 bytes)
การอภิปรายผล
          ในการพิจารณาตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหา Y2K ที่ส่งผลกระทบกับสถานศึกษานั้น ก่อนอื่นจะต้องเข้าใจเสียก่อนว่า เครื่องคอมพิวเตอร์มีการจัดแบ่งกลุ่มลักษณะการใช้งานออกเป็น 3 ประเภทด้วยกันคือ
ประเภทที่ 1 PC ที่มีการใช้งานเกี่ยวข้องกับ วัน-เดือน-ปี และต้องทำงานให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เช่น เครื่องที่ให้บริการเป็น Server ต่าง ๆ
ประเภทที่ 2 PC ที่มีการใช้งานเกี่ยวข้องกับ วัน-เดือน-ปี แต่มีการปิดเปิดเครื่องทุกวัน ไม่ต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เช่น เครื่องที่ใช้ในสำนักงานโดยทั่วไป
ประเภทที่ 3 PC ที่ไม่ได้มีการใช้งานเกี่ยวข้องกับ วัน-เดือน-ปี เลย เช่น เครื่องที่ใช้พิมพ์เอกสาร หรือ ใช้เพื่อความบันเทิง

ตารางสรุปความจำเป็นในการแก้ไขปัญหา

กลุ่มระดับปัญหา ประเภทที่ 1 ประเภทที่ 2 ประเภทที่ 3
Class A l l l
Class B l l l
Class C x l l
Class D x p l
Class E x x l
Class S x x l
หมายเหตุ
l หมายถึง ไม่ต้องแก้ไข
p หมายถึง ต้องแก้ไขและทำได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง
x หมายถึง ต้องแก้ไขโดยพิจารณาอย่างรอบคอบ
          จากการวิเคราะห์เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีใช้ในสถานศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 1170 เครื่อง พบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านั้นเป็นเครื่องที่ใช้ในสำนักงานหรือการเรียนการสอน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มลักษณะการใช้งานประเภทที่ 2 และจากตารางสรุปความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาที่แสดงข้างต้นจะพบว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ต้องได้รับการแก้ไขปัญหา Y2K ในกลุ่มลักษณะการใช้งานประเภทที่ 2 จะเป็นเครื่องที่จัดอยู่ในกลุ่มระดับปัญหา A , B และ C ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในกลุ่มระดับปัญหา D , E และ S จะต้องได้รับการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้สามารถทำงานได้ในปี ค.ศ. 2000 และผลจากการสำรวจตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีใช้ในสถานศึกษา ปรากฏว่า มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ต้องรับการแก้ไขปัญหา Y2K เป็นจำนวน 853 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 73 และมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข เป็นจำนวน 317 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 27
          ผู้บริหารสถานศึกษาส่วนใหญ่ ได้มีการติดตามข้อมูลและสนใจปัญหาของ Y2K กันมาก และพบว่าผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มหนึ่งคิดว่าปัญหา Y2K นั้นจะส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนและการจัดการภายในสถานศึกษาของตน (คิดเป็นจำนวนร้อยละ 50) และอีกกลุ่มหนึ่งคิดว่าปัญหา Y2K นั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนและการจัดการภายในสถานศึกษาของตน (คิดเป็นจำนวนร้อยละ 50) ได้มีการเตรียมสภาพความพร้อมในการแก้ปัญหา Y2K ที่แตกต่างกันไปดังนี้คือ
แนวทางเตรียมสภาพความพร้อมในการแก้ปัญหา Y2K ผู้ที่ตอบว่า "ส่งผลกระทบ" ผู้ที่ตอบว่า "ไม่ส่งผลกระทบ"
1. มีการประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรภายในหน่วยงานได้รับทราบปัญหา 77.8 % 77.8 %
2. ดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางแก้ปัญหา Y2K 25 % 22.2 %
3. เตรียมแผนงานหลักและแผนสำรอง สำหรับแก้ปัญหา Y2K 33.3 % 44.4 %
4. ดำเนินการสำรวจอุปกรณ์และโปรแกรมที่ใช้ในการเรียนการสอน รวมถึงการจัดการอื่นๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากปัญหา Y2K 44.4 % 66.7 %
5. มีการจัดส่งบุคลากรภายในหน่วยงานไปศึกษาหรืออบรมวิธีการแก้ไขปัญหา Y2K 33.3 % 33.3 %
6. มีการประสานหรือขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆ มาร่วมดำเนินการแก้ปัญหา Y2K 11.1 % 11.1 %
7. ได้มีการจัดเตรียมงบประมาณสำหรับดำเนินการแก้ปัญหา Y2K 22.2 % 55.6 %
          สำหรับโปรแกรมที่มีใช้ในสถานศึกษานั้น จากการสำรวจพบว่า โปรแกรมที่สถานศึกษานิยมใช้กันมากเป็นอันดับหนึ่ง ก็คือโปรแกรม Excel for Windows และรองลงมาเป็นโปรแกรมประเภทงานกราฟิก อย่างเช่นโปรแกรม Corel Draw โปรแกรม Power Point และโปรแกรมพิมพ์เอกสาร เป็นต้น สำหรับโปรแกรมที่สถานศึกษาใช้น้อยที่สุด ก็คือ โปรแกรม FoxPro for Windows โปรแกรมส่วนใหญ่ที่สถานศึกษาใช้อยู่จะทำงานภายใต้ระบบจัดการ Windows’95 ดังนั้นจึงไม่เกิดปัญหาใดๆ เมื่อถึงปี ค.ศ. 2000 เนื่องจาก Windows’95 ได้พัฒนาให้สามารถใช้งานได้สูงสุดถึงปี ค.ศ. 2099 แต่โปรแกรมที่ทำงานภายใต้ระบบจัดการ DOS เช่น Dbase , Foxbase , Lotus หากต้องการใช้งานเกี่ยวข้องกับ วัน-เดือน-ปี จะต้องหาทางปรับปรุงแก้ไขในรายละเอียดของโปรแกรมดังกล่าว
ข้อเสนอแนะ
          ในการวิจัยครั้งนี้ พบว่ามีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขปัญหา Y2K เป็นจำนวน 317 เครื่อง ดังนั้นการที่จะให้เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนดังกล่าวสามารถทำงานในปี ค.ศ. 2000 ได้ มีวิธีการแก้ไขปัญหา Y2K ได้ 4 วิธี กล่าวคือ
วิธีที่ 1 ซื้อแผ่นการ์ดป้องกันปัญหา Y2K ซึ่งในปัจจุบันมีจำหน่ายหลายยี่ห้อด้วยกัน ราคาไม่แพง และสามารถทำงานร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นต่าง ๆ ได้โดยไม่มีปัญหาใด ๆ แต่สมรรถนะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยังคงเหมือนเดิม
วิธีที่ 2 เปลี่ยนแผ่นเมนบอร์ด วิธีนี้จะเสียค่าใช้จ่ายสูง เพราะอุปกรณ์อื่นๆ อาจจะต้องเปลี่ยนตามไปด้วย
วิธีที่ 3 เปลี่ยน BIOS ที่มีเวอร์ชั่นใหม่เข้าไปแทน วิธีนี้จะต้องใช้ความพยายามค่อนข้างสูง เนื่องจาก BIOS ที่มีเวอร์ชั่นใหม่นั้น อาจจะทำให้อุปกรณ์เดิมภายในเครื่องไม่ทำงานก็ได้
วิธีที่ 4 แก้ไขด้วยมือ วิธีนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่ต้องรอให้ถึงวันที่ 1 เดือนมกราคม ค.ศ. 2000 หรือ หลังจากนั้น แล้วใช้คำสั่ง DATE ป้อนวันที่ปัจจุบันเข้าไปก็จะสามารถแก้ปัญหาได้
          ในการนำแบบสอบถามนี้ไปใช้ เพื่อการวิจัยต่อไปควรจะต้องคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้
1. ควรระบุข้อความคำอธิบายที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามเข้าใจตรงกัน
2. ในการสำรวจเก็บรวบรวมข้อมูล ถ้ามีกลุ่มประชากรมีจำนวนมาก ควรวางแผนในการเข้าสำรวจให้รัดกุมและเป็นระบบ
3. ในการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้น ควรเข้าสำรวจสถานศึกษาไม่เกิน 2 แห่ง ต่อ 1 วัน