| ภาคผนวก
๓ สาวกชั้นนำบางรูปและบางท่าน ฝ่ายภิกษุ |
|
พระสารีบุตร
ได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ว่ามีความเป็นเลิศในทางปัญญา โดยเฉพาะมีความสามารถในการเทศน์สอนแสดงธรรม |
|
พระมหาโมคคัลลานะ
เป็นพระสาวกซ้าย-ขวา
คู่กับพระสารีบุตร ได้รับการ ยกย่องว่ามีความเป็นเลิศในทางการแสดงอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหารย์ ทั้ง ๒ รูป มีบทบาทสำคัญ ในการเผยแพร่พระศาสนาในสมัยแรก |
|
พระอานนท์
ทรงเป็นทั้งพระอนุชาและพุทธอุปัฏฐากมีบทบาทสำคัญใน พระพุทธ-ศาสนา ได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ว่าเป็นเอตทัคคะ ในทางความทรงจำ อันดี และเป็นผู้ที่สวดพระสูตรอันเป็นการสืบทอดคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ |
|
พระอุบาลี
เป็นผู้รอบรู้ในพระวินัยได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ว่า
มีความ ทรงจำในพระวินัยเป็นเลิศ เป็นผู้รับผิดชอบในการสวดพระวินัยในปฐมสังคายนา |
|
พระมหากัสสป
มีบทบาทสำคัญโดยเป็นประธานคณะสงฆ์ในปฐมสังคายนา ได้รับการยกย่องว่ามีความเป็นเลิศในการรักษาพระวินัยโดยเคร่งครัด ในทางมหายาน ถือว่า พระมหากัสสป และพระอานนท์เป็นสาวกซ้าย-ขวา เนื่องจากเป็นผู้รับผิดชอบ ในการสืบพระศาสนาต่อจากพระพุทธองค์ |
ฝ่ายภิกษุณี |
| มีพระภิกษุณีเป็นจำนวนหลายรูปที่พระพุทธองค์ตรัสสรรเสริญ |
|
พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี
ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะ
ในการ เป็นผู้รู้ราตรีนาน พระนางทรงเป็นทั้งพระมารดาเลี้ยง และพระน้านางของพระพุทธองค์ และทรงเป็นสตรีคนแรกที่ทูลขอการอุปสมบทเป็นพระภิกษุณี ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้ง ภิกษุณีสงฆ์ในที่สุด |
|
พระนางเขมาเถรี
เดิมทรงเป็นพรระชายาของพระเจ้าพิมพิสาร
ทรงมีความ เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ครั้นเมื่ออุปสมบทเป็นภิกษุณีแล้ว ทรงมีความเชี่ยวชาญ ในการเทศนาธรรม ได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ว่ามีความเป็นเลิศในทางปัญญา |
|
กุณฑลเกสีเถรี
เดิมเป็นธิดาของเศรษฐีที่หลงรักนายโจรหนุ่ม
ครั้นแต่งงาน กับนายโจร กลับถูกปอกลอกและลวงไปฆ่า เธอใช้สติปัญญาเอาชีวิตรอดมาได้ นับจากนั้นได้เที่ยวจาริกไปแสวงหาความรู้ความชำนาญในเชิงปรัชญา ครั้นได้พบ พระสารีบุตร จึงได้บวชเป็นพระภิกษุณี และได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ว่า มีความเป็นเลิศในการเรียนรู้ธรรมะได้รวดเร็ว |
|
ปฏาจาราเถรี
นางมีประสบการณ์ความทุกข์อย่างสาหัสจากพลัดพรากสามีและ บุตรที่รัก ได้รับการชี้นำจากพระพุทธองค์จนได้เข้าสู่ทางธรรม นางจึงเป็นภิกษุณีที่ ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะในความทรงจำพระวินัย |
ฝ่ายอุบาสก |
|
พระเจ้าพิมพิสาร
ทรงเป็นกษัตริย์ปกครองแคว้นมคธและเป็นกษัตริย์
องค์แรก ที่รับนับถือพระพุทธศาสนา ทรงถวายสวนเวฬุวัน เพื่อให้เป็นที่ประทับของพระพุทธองค์ และพระสาวก ตลอดจนพระชนม์ชีพทรงให้การทำนุบำรุงพระศาสนา และบรรลุ พระโสดาบัน เมื่อได้ฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า |
|
อนาถบัณฑิกเศรษฐี
เป็นชื่อที่รู้จักกันดีของเศรษฐีสุทัตตะผู้ช่วยให้พุทธศาสนา ประดิษฐานในเมืองสาวัตถี เมืองหลวงของแคว้นโกศล เป็นผู้ถวายการสนับสนุนแก่ พระพุทธองค์และคณะสงฆ์มาโดยตลอด บริจาคทานแก่คนยากจน และได้ถวาย สวนเชตวันให้เป็นอารามของคณะสงฆ์ในเมืองสาวัตถี พระพุทธองค์ประทับที่เมืองนี้ หลายพรรษา คณะสงฆ์เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยการสนับสนุนจากอนาถบิณฑิกเศรษฐี พระพุทธองค์ทรงยกย่องว่ามีความเป็นเลิศในการบริจาคทาน |
|
หมอชีวก
เกิดจากนางสาลวตีในเมืองราชคฤห์
เมื่อกำเนิดนั้นถูกมารดาทอดทิ้ง จึงได้รับการอุปถัมภ์จากพระเจ้าอภัยกุมาร และได้เรียนรู้วิชาการแพทย์จนเป็นหมอ ผู้เชี่ยวชาญ มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่ว หมอชีวกอาสาถวายการรักษาแด่พระพุทธองค์ และคณะสงฆ์ ได้รับการยกย่องจากพระองค์ว่ามั่นคงในศรัทธา |
|
พระเจ้าสุทโธทนะ
พระบิดาแห่งเจ้าชายสิทธัตถะ
ทรงเศร้าโศกเสียพระทัย เมื่อพระโอรสเสด็จออกผนวช เมื่อพระพุทธองค์เสด็จกลับไปเยี่ยมพระบิดาเป็นครั้งแรก พระพุทธองค์ก็ทรงให้ทั้งพระราหุล เจ้าชายนันทะ พระอนุชา บวชอยู่ในคณะสงฆ์ แม้ขณะนั้นจะได้ทรงน้อมรับพระพุทธศาสนาแล้ว พระราชบิดาก็ยังอดเสียพระทัย ไม่ไดเพราะทั้งพระราหุล และเจ้าชายนันทะ เป็นผู้สืบราชสมบัติที่เหลืออยู่ ครั้นทรง พระประชวร พระพุทธองค์เสด็จมาพยาบาล และแสดงธรรมโปรดจนพระบิดาบรรลุ อรหัตผล และสิ้นพระชนม์ด้วยความสงบ พระพุทธองค์ทรงจัดการพระศพถวาย อย่างสมพระเกียรติ |
ฝ่ายอุบาสิกา |
|
นางวิสาขา
เป็นมหาอุบาสิกาในครั้งพุทธกาล
เดิมเป็นธิดาเศรษฐี
มีศรัทธา เลื่อมใสในพระศาสนามาตั้งแต่เด็ก เพราะมียายที่นับถือพุทธเช่นกัน ครั้นแต่งงาน มาในตระกูลของเศรษฐีก็สามารถน้อมนำให้ครอบครัวของสามีหันมานับถือพุทธศาสนาได้ ได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ว่า มีความเป็นเลิศในการถวายทาน และสนับสนุน คณะสงฆ์ |
|
นายขุชชุตตรา
หรือนางอุตตราค่อม
เป็นคนรับใช้ของนางสามาวตี
มีหน้าที่ ซื้อดอกไม้มาประดับบ้านแต่ยักยอกเงินไปกึ่งหนึ่งเสมอ ครั้นได้ฟังคำสอนจาก พระพุทธองค์ นางจึงกลับใจได้บรรลุโสดาบันและสามารถแสดงธรรมให้แก่นายหญิง คือนางสามาวตีพร้อมข้าทาสบริวาร จนนางได้บรรลุโสดาบันเช่นกัน พระพุทธองค์ ทรงยกย่องว่า นางมีความเป็นเลิศในการแสดงธรรม |
|
นางสิริมา
ถือกำเนิดในเมืองราชคฤห์
เมืองหลวงของแคว้นมคธ
นางสาลวตี ผู้เป็นมารดาเป็นโสเภณี นางสิริมามีความงามยิ่งนัก ดำเนินอาชีพเช่นเดียวกับมารดา ครั้นได้ฟังคำสอนจากพระพุทธองค์ ก็ได้บรรลุโสดาบัน มีศรัทธาถวายภัตตาหารแด่ พระภิกษุสงฆ์ ๘ รูปทุกวัน พระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งเมื่อได้รับบาตรจากนาง ก็เกิดความ ลุ่มหลงจนเป็นไข้ใจ ต่อมานางสิริมาถึงแก่กรรมลง สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงใช้ ร่างของนางสอนธรรมแก่พระภิกษุในเรื่องความไม่เที่ยง จนท้ายที่สุด พระภิกษุหนุ่ม รูปนั้น หลุดพ้นจากการยึดมั่นถือมั่นในความงาม |
|
นางสุชาดา
เป็นธิดาพราหมณ์ที่ได้ถวายพระกระยาหารแด่เจ้าชายสิทธัตถะ ก่อนการตรัสรู้ พระพุทธองค์ได้เสด็จไปเยี่ยมและแสดงธรรม โปรดจนนางได้บรรลุ โสดาบัน พระพุทธองค์ทรงยกย่องว่า นางเป็นอุบาสิกาคนแรกในพระพุทธศาสนา |
| Contact
Us SEAMEO Secretariat, 920 Darakarn Bldg., Sukhumvit Rd., Bangkok 10110, Thailand. Tel (662) 3910144, 3910256, 3910554 Fax (662) 3812587 E-mail library@seameo.org |